Posted by: mrd2h | พฤษภาคม 18, 2009

ดอยม่อนจอง

Monjong Chaingmai030

ดอยม่อนจอง

คือดอยสูงที่มีที่ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำปิงอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยด้านทิศตะวันออกจรดกับเขื่อนภูมิพล ด้านทิศตะวันตกติดกับถนนสายอมก๋อย-บ้านแม่ตื่น ทิศเหนือจรดกับพื้นที่ดอยเต่า ด้านทิศใต้จรดกับลำห้วยแม่ตื่นที่ไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล ทิศตะวันออกเป็นป่าดงดิบด้านตะวันตกเป็นแนวผายาวหลายกิโลเมตร ซึ่งด้านหน้าผานี่เองที่เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าสงวนหายากของประเทศไทย นั่นคือ กวางผา หรือ ม้าเทวดา เนื่องจากเป็นที่หลบภัยอย่างดีนอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าและดอกไม้และพืชหายากอีกหลายชนิด เช่น กุหลาบพันปี กล้วยไม้รองเท้านารีหรือดอกพญาเสือโคร่งเป็นต้น ดอยม่อนจองอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1200 เมตร

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวดอยม่อนจองเป็นครั้งแรกครับ ทราบล่วงหน้าแล้วว่าที่นี่ต้องเดินไกลมากแต่ด้วยความที่เป็นคนชอบการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติทำให้ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนี้เลย เริ่มเดินทางออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ราว 05.00น. ขับรถแบบสบายๆไม่เร่งรีบไปตามทางหลวงหมายเลข 108 แล้วแยกจากฮอดเข้าทางหลวงหมายเลข 1099 (เส้นทางเดียวกับทางไปแม่สะเรียง)ถึงสวนสนบ่อแก้วตอนพระอาทิตย์ขึ้นพอดี เลยแวะพักที่นั่นเพื่อยืดเส้นยืดสายและเก็บภาพแสงยามเช้ากับป่าสน อากาศหนาวเย็นใช้ได้เลยที่เดียวครับวันที่ไปน่าจะราว 12 องศา แวะที่สวนสนราว 1 ชั่วโมงเพราะมัวแต่ถ่ายรูปเนื่องจากเป็นช่วงเช้าที่แสงสวยมากถูกใจคอถ่ายรูปอย่างผมยิ่งนัก หลังจากนั้นก็เริ่มออกเดินทางต่ออีกราวสิบนาทีก็ถึงทางแยกเข้าอำเภออมก๋อยขับตามเส้นทางนั้นไปถึงแยกในตัวอำเภออมก๋อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหมู่บ้านแม่ตื่น จากแยกไปราว 40 กว่ากิโลเมตรจะพบ หน่วยมูเซอ การเที่ยวชมดอยม่อนจองต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่นี่ก่อนนะครับเนื่องจากเป็นหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และในการเดินทางต้องมีเจ้าหน้าที่ไปด้วยเท่านั้นครับ เจ้าหน้าที่คนทีไปด้วยกันกับกลุ่มของผมให้คำแนะนำและอธิบายได้ดีมากครับ ทางกลุ่มที่ไปด้วยกันได้ให้ค่าตอบแทนเป็นสินน้ำใจในการนำทาง 500.- พี่เค้าจะไปเดินทางกินและนอนด้วยกับเราตลอดเส้นทางครับ รู้สึกปลอดภัยดีมากๆ และนอกจากเจ้าหน้าที่แล้วยังมีชาวบ้านในพื้นที่บริการรับจ้างเป็นลูกหาบช่วยเราขนของด้วยครับเนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาสูงอากาศหนาวเย็นต้องใช้อุปกรณ์เครื่องนอนและอาหารในการใช้ชีวิตในป่าเป็นจำนวนมากแบกคนเดียวเดินป่าคงไม่ไหว พวกลูกหาบที่คอยรับจ้างก็จะเดินทางไปกินนอนกับเราเช่นกันทุกคนเป็นคนในพื้นที่ให้การอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับม่อนจองได้เช่นกันครับ ทุกคนเป็นมิตรมาก ค่าจ้างลูกหาบคนละ 200 ต่อวันต่อคนครับ และจากหน่วยย่อยมูเซอไปถึงจุดเริ่มเดินระยะทางราว 16 กม.เป็นเส้นทางที่ตัดMonjong Chaingmai022ผ่านเข้าสูงชันเป็นทางดินซึ่งสำหรับผมที่ชอบลุยแล้วถือเป็นเส้นทางที่โหดมากต้องรถโฟร์วิลและคนขับที่ชำนาญทางเท่านั้นถึงจะไปถึงจุดหมายได้  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไปในเส้นทางนั้นได้(ถึงให้เข้าก็คงเข้าไม่ถึง) มีรถที่ทางหน่วยจัดให้ค่าบริการรับส่ง ประมาณ 3000 บาทต่อคันครับ แรกๆอาจดูแพงมาก แต่เมื่อไปจนถึงจุดหมายแล้วจะรู้ว่าไม่แพงเลยเพราะทางโหดมากๆรับรองได้ว่าต่อให้รถดีแค่ไหนถ้าคนขับไม่ชำนาญทางก็ไปไม่ถึง เมื่อถึงจุดเริ่มเดิน ทางเดินโดยทั่วไปจะเป็นการเดินขึ้นสุดลงสุดข้ามเขาเป็นลูกๆ ตลอดเส้นทางเป็นป่าทึบสลับทุ่งหญ้า สองข้างทางเป็นทิวเขาและทิวผาสวยงามตลอดเส้นทาง บางช่วงมองเห็นแม่น้ำที่อยู่เบี้องล่างสะท้อนกับแดดขึ้นมาสวยงามมาก กลุ่มของผมเดินใช้เวลาจากจุดเริ่มเดินถึงที่พักแรมราว 5 ชั่วโมงเดินแบบสบายๆไม่เร่งรีบ จุดพักแรมเป็นป่าต้นน้ำที่อยู่ฝั่งตะวันออกของม่อนจองมีลำธารเล็กๆไหลผ่านมีลานให้กางเต้นสองฝั่งลำธาร เมื่อกางเต้นเสร็จก็เดินขึ้นสนามกอฟช้าง(คือทุ่งหญ้าโล่งเตียนสวยงามและกว้างมาก)เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดินและดอยหัวสิงต้องแสงยามเย็น และเหมือนฟ้าเป็นใจวันที่ไปมีหมอกจากๆปกคลุมทั่วผืนป่าด้านล่างมีชั้นเมฆบังพระอาทิตย์ยามบ่ายอยู่พอดี ทำให้เห็นลำแสงส่องมามายังผืนป่าเป็นลำๆ สวยงามมาก และเมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงแสงสีทองของยามเย็นก็สาดเข้าที่ดอยหัวสิงยอดสูงสุดของม่อนจอง ผมกับพี่ๆกลุ่มที่ไปด้วยกันนั่งมองและถ่ายรูปกันด้วยความประทับใจ ลืมความเหนื่อยยากลำบากที่ผ่านหมดเลยก็ว่าได้ ต้องยอมรับว่าคุ้มมากๆ ที่ได้มาที่นี่ เมื่อสิ้นแสงก็กลับลงไปนอนยังจุดพักแรม อาหารที่ผมได้เตรียมไปก็เป็นอาหารง่ายๆครับ เป็นแซนวิส และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อากาศกลางคืนหนาวเย็นมาก ลูกหาบต้องก่อไฟเพื่อให้ความอบอุ่นจนถึงเช้า พอตกเช้าก็ตื่นราว 05.30 น. ก็รีบหุงหาอาหารหลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปเพื่อถ่ายภาพบนดอยหัวสิงยามเช้าต่อ ต้องยอมรับว่าเป็นเช้าที่ตื่นตาตื่นใจมากครับเพราะฟ้าใสเข้มงดงามมากยิ่งเดินถึงดอยสิงแล้วหันกลับมามองเส้นทางที่ได้เดินมาบนแนวผาดอยม่อนจองแล้วพบว่าเป็นแนวผาที่สง่างามและยิ่งใหญ่มาก แต่เสียดายที่มาครั้งนี้ไม่ได้พบกับกวางผาคงเป็นเพราะเมื่อสองวันก่อนมีคนมาเที่ยวที่นี่ก่อนหน้าแล้วเลยทำให้กวางผาไม่ออกมาหากินแถวหน้าผานี้คงจะไปอยู่อีกหน้าผาคือดอยหัวลิงและหัวเสือที่ถัดจากดอยหัวสิงไป ตลอดเส้นทางบนดอยหัวสิงผมได้พบกับกุหลาบพันปีหลายต้นมากแต่ละต้นเริ่มผลิดอกสีแดงสดใสสวยงาม แดดอ่อนๆยามเช้าทำให้ท้องฟ้าสดใสและประกอบกับมีทะเลหมอกให้เห็นบริเวณโดยรอบ เกือบชั่วโมงที่ผมหยุดเก็บภาพบริเวณนั้น หลังจากนั้นก็ได้เวลากลับการเดินทางกลับก็ใช้เส้นทางเดิมด้วยความเพลียผมพบว่าเวลาที่ผมใช้เดินกลับนั้นนานกว่าขาขึ้นราว 1 ชั่วโมง ยอมรับว่าเหนื่อยมากครับสำหรับทริปนี้แต่ต้องขอบอกว่าคุ้มจริงๆที่ได้มาที่นี่ สวยงาม แปลกตา และเป็นที่ที่มีคุณค่าควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง ถ้ามีโอกาสอยากให้ทุกท่านได้ลองไปสัมผัสด้วยตนเองบ้างครับแล้วจะไม่ผิดหวังแล้วพบกันตอนต่อไปนะครับ

สวัสดีครับ

By SNOOM

มอนจ๋อง

มอนจ๋อง1


Responses

  1. สวยงามมากค่ะ อยากไปๆ แต่ถ้าหากต้องการบรฺษัทนำเที่ยว สามารถเข้าไปดูได้ที่ หน้าเหลืองดอทคอมค่ะ (http://www.nalueng.com)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: