Posted by: mrd2h | มิถุนายน 1, 2009

เที่ยวดอยหนองสระ เชียงใหม่

P2133842

ดอยหนองสระ

พิชิตเส้นทางสุดโหดสู่หมู่บ้านกลางป่าใหญ่และยอดดอยในตำนานกับ NISSAN NAVARA 4×4

ทุกสายตาของผู้ร่วมทริปต่างมองเส้นทางที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความระทึกกับเส้นทางที่สุดโหดและยาวไกล ท่ามกลางความสวยงามของธรรมชาติสองข้างทาง ทุกอย่างสร้างความตื่นเต้นและตื่นตากับทางคณะเป็นอย่างมาก จนทำให้ลืมความลำบากและความกังวลทุกอย่างจนหมดสิ้น

หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารที่อยู่ตรงแยกกลาง อ.อมก๋อย ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 6.30 น. เป็นเวลาที่ทุกอย่างที่นี่กำลังเริ่มต้นชีวิตในวันใหม่ แต่สำหรับทริปนี้ทางผู้ร่วมทริปได้เริ่มการเดินทางตั้งแต่ 04.00 เพื่อขับรถออกจากตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว

การเดินทางในทริปนี้เป็นอีกครั้งที่ผมประทับใจมาก ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตาปล่อยชีวิตล่องไหลไปกับสายธารแห่งการผจญภัย ไม่มีใครเคยมาเส้นทางนี้มาก่อน ไม่มีใครทราบว่าข้างหน้าจะมีสถานที่อะไรให้เที่ยว ไม่มีใครทราบว่าค่ำนี้จะนอนที่ไหน แต่ด้วยความที่กลุ่มที่ไปด้วยกันนี้เป็นกลุ่มที่ชอบลุยอยู่แล้วจึงไม่มีใครกังวลหรือหวาดกลัวเลย ทางกลุ่มได้เตรียม ขนม อาหารแห้ง และเตาแกสปิกนิกไปด้วย ที่นำขนมไปด้วยนั้นเพราะเชื่อว่าระหว่างทางต้องมีเด็กๆชาวเขาแน่นอน กะไว้ว่าจะแจกไปตลอดทาง อาหารแห้งที่นำไปด้วยเพื่อรับประทานกันก็ไม่พ้นบะหมีกึ่งสำเร็จรูปและขนมปังแผ่น ถือเป็นอาหารหลักของการออกทริปของผมเลยก็ว่าได้เพราะความสะดวกและมีน้ำหนักเบา หลังจากที่ได้พูดคุยกับคนในพื้นที่ขณะรับประทานอาหารเช้าอยู่นั้นก็พอทราบว่าข้างในเส้นทางนี้มีหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงอยู่หลายหมู่บ้าน มีหมู่บ้านใหญ่ๆที่เป็นที่รู้จักดีก็คือบ้านนาเกียน และมีหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยจิโนตั้งอยู่ ซึ่งทางเราก็ตกลงกันว่านี่คือเป้าหมายแรกที่เราจะไปสำรวจกัน เมื่อเลี้ยวขวาจากทางแยกกลาง อ.อมก๋อยเข้าไปประมาณ 1 กม. เป็นถนนดีปกติ แต่หลังจากนั้นประมาณ 5- 6 กม. จะเป็นถนนลาดยางเก่าซึ่งเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมาก หลังจากนั้นก็เป็นทางดินลัดเลาะไปตามสันเขาบ้างลำห้วยบาง บางจุดเป็นหลุมลึกบางจุดเป็นลำธารต้องขับรถลุยน้ำข้ามไปบางจุดเป็นเนินสูงโค้งหักมุม มีฝุ่นหนาเกือบครึ่งของแก้มยางรถเลยทีเดียว เส้นทางนี้รถทั่วๆไปเข้าไม่ได้อย่างแน่นอน และยิ่งถ้าเป็นฤดูฝนเท่าที่ดูผมว่าต้องเดินเท้าสถานเดียวถึงจะไปได้ตลอดเส้นทาง เส้นทางนี้เป็นวงแหวนวนกลับมาออกแยกกลาง อ.อมก๋อย รวมเส้นทางแล้วประมาณ 120 กม. หลังจากออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าสู่ห้วยจิโนและบ้านนาเกียน ระหว่างทางพบหมู่บ้านเล็กๆหลายหมุ่บ้าน ชาวบ้านแถบนี้ก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีครับเสียดายที่เวลามีน้อยเลยแวะนานไม่ได้เมื่อแจกขนมเด็กๆเสร็จถามเส้นทางที่จะไปข้างหน้าก็ต้องรีบไป เมื่อไปถึงห้วยจิโน ยังไม่เที่ยงก็เลยคุยกันว่าจะไปต่อที่นาเกียนและไปกินข้าวเที่ยงที่นั่น เมื่อไปถึงก็ไปจอดรถหน้าบ้านชาวบ้านและขอไปนั่งทานอาหารกลางวันกันที่นั่นชาวบ้านเป็นกันเองให้การต้อนรับเป็นอย่างดีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ครับ วิถีชิวิตที่นี่ยังเป็นแบบดั้งเดิมทำไร่เลี้ยงสัตว์ เช้ามาต้องตื่นมาตำข้าวเพื่อจะน้ำไปหุงกินทุกๆวัน  ไฟฟ้าบางบ้านก็มีไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้บางบ้านก็ไม่มี หลังจากเสร็จจากมือกลางวันก็ได้ถามชาวบ้านว่าหนทางข้างหน้ามีอะไรให้เที่ยวรึเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่ามีแต่ต้องเดินป่าเข้าไปเป็นพวกถ้ำและน้ำตก ทางเราจึงตกลงกันว่าจะขับรถลุยกันต่อไป จากหมู่บ้านนาเกียนไปอีกประมาณสองชั่วโมงระหว่างสองข้างทางเป็นนาขั้นบันไดที่กว้างใหญ่มากผมกล้าบอกได้เลยกว้างกว่านาขั้นบันไดทุกที่ที่ผมเคยไปมาถ้าเป็นช่วงฤดูใกล้เก็บเกี่ยวผืนนาที่นี่คงเป็นเป็นสีทองสวยงามเลยไม่น้อย หลังจากลุ้นกับเส้นทางอันแสนโหดมาราวสองชั่วโมง

เราก็ได้พบกับหมู่บ้านกะเหรี่ยงเล็กๆหมู่บ้านนึงอยู่ท่ามกลางภุเขาล้อมรอบ หมู่บ้านนี้คือหมู่บ้านห้วยแห้ง จุดพักแรมของเราในครั้งนี้นี่เอง เมื่อจอดรถหน้าโรงเรียนก็พบกับเด็กๆจำนวนหนึ่งกำลังช่วยกันขนดินไปถมในอาคารไม้ที่ยังสร้างไม่เสร็จเมื่อเข้าไปสอบถามก็พบกับคุณครูที่ประจำอยู่ที่นี่พบว่าเด็กๆกำลังช่วยกันสร้างโรงอาหาร โดยโรงอาหารนี้คนในหมู่บ้านและคุณครูร่วมกันสร้างเพื่อที่จะให้เด็กๆได้มีที่นั่งรับประทานอาหารกัน เมื่อได้ยินดังนั้นก็สร้างความประทับใจให้กับทางคณะเป็นอย่างยิ่ง คุณครูอุสา คือคุณครูที่ประจำอยุ่ที่นี่ได้เชื้อเชิญให้อยู่เล่นกับเด็กๆที่นี่และแนะนำสถานที่ต่างๆในแถบนี้ ก็พบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่นี่ให้น่าค้นหามากๆครับไม่ว่าจะเป็นถ้ำหรือน้ำตก และยอดดอยหนองสระ ยอดดอยในตำนานที่ถูกลืมจนคนรุ่นหลังๆไม่รู้จักรวมถึงผมและผู้ร่วมทริปด้วย หลังจากพูดคุยฟังเรื่องราวต่างๆจากปากคุณครูอุสาแล้ว มีคำถามจากคุณครูว่าคืนนี้พักแรมที่ไหนคะ เราทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่มีครับว่าจะไปเรื่อยๆค่ำที่ไหนนอนที่นั่นเพราะเตรียมเต้นมาด้วย คุณครูอุสาได้ฟังดังนั้นจึงชวนพวกเรานอนค้างที่โรงเรียนโดยคุณครูจะอาสาพาเที่ยว ทางเราเลยคุยกันและตกลงจะค้างคืนที่นี่ ที่นี่ไม่มีร้านค้าไม่มีไฟฟ้าน้ำก็ใช้ประปาภูเขา แต่บรรยากาศที่นี่รอบล้อมไปด้วยทิวเขาสวยงาม  หลังจากตกลงที่จะพักที่นี่คุณครูก็พาคณะขึ้นไปเที่ยวชมยอดดอยหนองสระ จากหมู่บ้านห้วยแห้งไปยอดดอยถ้าเดินเท้าใช้เวลา 2 ชั่วโมงจากหลังโรงเรียนตัดขึ้นภูเขาสุ่ยอดดอยถ้าไปโดยรถยนต์ต้องขับเลยหมู่บ้านออกไปแล้วเลี้ยวขึ้นไปบนทางลาดชันที่ชาวบ้านทำไว้  ระหว่างทางคุณครูและเด็กๆชาวกะเหรี่ยงเล่าตำนานของดอยหนองสระให้ฟัง เป็นตำนานที่น่าสนใจมาก

โดยเรื่องมีอยู่ว่า ยอดดอยหนองสระและดอยสุเทพเป็นดอยคู่บารมีกัน โดยหนองสระเป็นชื่อของผู้หญิง สุเทพเป็นชื่อของผู้ชาย เป็นยอดดอยที่มีการสร้างวัดไว้ด้วยกันทั้งคู่แต่เนื่องจากหนองสระอยู่ในป่าลึกหนทางลำบากทำให้ถุกลืมและไม่มีใครรู้จักในที่สุด แต่ตอนนี้มีพระสงฆ์ขึ้นไปจำพรรษาอยู่ โดยมีการบูรณะโดยครูบาชัยวงศ์ แห่งวัดพระบาทห้วยต้ม  ด้านบนยอดดอยหนองสระมีเจดีย์สององค์ องค์นึงสร้างขึ้นมาใหม่อีกองค์สร้างครอบของเก่าที่มีอยู่ ยอดดอยแห่งนี้ถือว่าสูงที่สุดในย่านนี้จึงทำให้มองเห็นวิวโดยรอบสวยงามและกว้างไกลเลยทีเดียวประกอบกับเวลาที่ขึ้นไปเป็นช่วงบ่ายแก่ๆเกือบจะเย็นพอดี แสงสีทองสาดส่องลงมาทำให้ทิวเขาที่ล้อมรอบดูสวยงามมาก หลังจากเก็บภาพประทับใจแล้วกลับมาที่โรงเรียนแล้วพบว่าพวกเด็กๆชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้านมาช่วยกันทำกับข้าวหุงหาอาหารไว้รอ เมนูผัดมะเขือและน้ำพริกปลากระป๋อง ถึงจะไม่หรูหราเหมือนอาหารในโรงแรมแต่ผมกล้ายืนยันได้ว่าเป้นมือที่อร่อยและประทับใจมากครับ บรรยากาศโดยรอบที่เต็มไปด้วยขุนเขา เด็กๆน้องล้อมกองไฟกับเราและทานข้าวเย็นไปด้วยกัน บรรยากาศแบบนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว หลังจากทานมือเย็นกันเสร็จเด็กๆก็นั่งร้องเพลงให้เราฟัง เด็กๆดีใจมากครับที่พวกเราไปเยี่ยมและแวะเที่ยวที่นั่น หลังจากนั่นพวกเราก็เข้านอนอากาศกลางคืนที่นี่หนาวเย็นทั้งปีครับ ใครคิดจะไปต้องเตรียมตัวให้พร้อม และอีกอย่างที่นี่เค้าตื่นกันตั้งแต่ตี 4 ครับ ตื่นเพื่อมาตำข้าวเพื่อที่จะนำมาหุงและกินกันตอนเช้าก่อนออกไปทำไรกัน ชีวิตที่นี่ยังเป็นแบบดั้งเดิมบริสุทธิ์อยู่ ไม่มีใครในที่นี้คิดว่ามันเป็นความลำบากแต่มันคือชีวิตที่ทุกชีวิตที่ต้องดำเนินไปตามวิถีแห่งชีวิตที่ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อให้ร่ำรวยหรือหวังอำนาบารมีแต่เพื่อให้ชีวิตเป็นไปตามธรรมชาติเหมือนสพรรสิ่งทั่วๆไปในโลกใบนี้ สำหรับเส้นทางนี้ หากใครสนใจจะไปเที่ยวขอแนะนำให้ไปได้ทุกช่วงยกเว้นฤดูฝนครับเพราะไปไม่ได้แน่นอน และรถที่จะนำไปต้องเป็นรถลุยๆพวก 4×4 เท่านั้นครับ สำหรับทริปนี้ได้ NAVARA สภาพเดิม ความแรงถือว่าดีมากๆเลยทีเดียวครับสู้ได้ทุกสภาพถนนเลยก็ว่าได้ และทำสำคัญน้ำมันเติมเต็มถึงจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปแค่ครั้งเดียวด้วยขนาดที่ใหญ่ทำให้อุ่นใจได้เลยครับว่าเพียงพอต่อการวิ่งระยะยาวๆแน่นอน

ขอให้ทุกท่านมีความสุขครับ

สวัสดีครับ

By SNOOM

ดอยหนองสระ


Responses

  1. อ่านแล้วนึกถึงตอนไปค่ายจัง😉

  2. รูปสวยมากครับ

  3. บรรยากาศสุดยอดกับใอหมอกบนยอดดอยหนองสระลองซะ( ตุลา-พฤษภา )แม่หลองอมก๋อยครับ ชม.


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: