Posted by: mrd2h | เมษายน 17, 2010

วิธีการเลือกขาตั้งกล้อง(Tripod)

ผมลองหาหัวข้อที่จะมาเล่าให้อ่านกันว่าสัปดาห์นี้จะเอาเรื่องอะไรดี หาไปหามาไป Clip อันหนึ่งดูแล้วก็ขำดีเป็น คนญี่ปุ่นมาอธิบายเรื่องขาตั้งกล้อง พอดูจบผมก็เลยเอาเรื่องการเลือกขาตั้งกล้องมาบอกเล่ากันดีกว่า ตัว Clip เดี๋ยวผมแป๊ะไว้ให้ดูตอนท้ายล่ะกันนะครับ เรามาเข้าเรื่องการเลือกขาตั้งกล้องที่เหมาะกับเรากันก่อนดีมั้ยครับ
ผมว่าหลายคนที่ขยันทำการบ้านด้วยตัวเองก่อนการซื้อสินค้าอะไรซักอย่าง ต้องมีประสบการณ์ว่าบางทีหามาอย่างดีแล้วพอไปซื้อมาแล้วไม่นานก็มีรุ่นใหม่ออกมา อาจจะดีกว่าหรือน่าใช้มากกว่าทำให้รู้สึกเสียดายก็อุตสาห์หาข้อมูลซะเพียบนี่น่า การเลือกขาตั้งกล้องก็อาจจะเข้าค่ายดังที่กล่าวไว้ในข้างต้นได้เหมือนกันดังนั้นการเลือกขาตั้งผมว่าเลือกให้ตรงหรือใกล้เคียงกับความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด แล้วก็ พอ! แล้วครับไม่ต้องไปคิดมากต่อไม่ว่าจะมีรุ่นอะไรมาใหม่แค่ไหนก็ตาม งั้นแล้วการเลือกขาตั้งกล้องจะต้องดูประเด็นอะไรบ้างล่ะ เราก็ดูกันตามนี้ได้เลยคัรบ
วัสดุที่ใช้ทำขาตั้งกล้อง
ขาตั้งกล้องแบบ Carbon-fiber ถือได้ว่าเป็นวัสดุที่ใช้ทำขาตั้งกล้องที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้ทั้งมีน้ำหนักเบาและมั่นคงแข็งแรง จึงทำให้การพกพาไปที่ต่างๆ นั้นทำได้สะดวกแต่ของดีก็ย่อมมาด้วยราคาที่สมเหตุสมผลกับมันด้วยก็คือราคานั้นแพงกว่าขาตั้งแบบอลูมิเนียมทั่วไปหลายเท่าตัวอยู่ ราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 9,000 ขึ้นไป (เฉพาะขาไม่รวมหัวนะครับ) ในขณะที่ราคาของขาตั้งที่ใช้อลูมิเนียมจะอยู่ตั้งแต่หลักร้อยขึ้นไปเท่านั้นเอง ในการเลือกขาตั้งผมถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่คุณใช้แล้วแทบจะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอีกเลยไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนกล้องใหม่ไปแล้วกีตัวก็ตาม ดังนั้นลองดูงบที่คุณมีว่าควรลงทุนกับขาตั้งซักเท่าไรดี
ความสูงของขาตั้ง  ความสูงของขาตั้งมี 3 ค่าด้วยกันคือ
1. ความสูงสุดที่ขาตั้งจะสามารถทำได้
2. ความสูงน้อยที่สุดที่ขาตั้งทำได้
3. และความสูงหลังการพับเก็บขาตั้งแบบปกติ
ลักษณะทั่วไปที่เราอยากได้และสามารถใช้งานได้จริงคือความสูงหลังจากยืดขาทั้งหมดและคอแล้วสูงในระดับสายตาของผู้ถ่าย ส่วนหลังการพับเก็บแล้วยังคงขนาดกระทัดรัดไม่สูงมากเกินไป แต่ในความเป็นจริงโดยทั่วไปถ้าต้องการขาที่สูงในระดับสายตา และมั่นคงแข็งแรง น้ำหนักก็จะมากตามไปด้วย(ยกเว้นขาแบบ Carbon-fiber) หรือถ้าเอาน้ำหนักเบาและความสูงได้ระดับสายตาก็จะเจออาการขาตั้งไม่มั่นคงสั่นคลอนได้ เฮ้อ……หาแบบ Perfect ได้ยากเสียจริงนะเนี่ย ส่วนขาตั้งกล้องที่มีความสูงน้อยกว่าระดับสายตาก็จะเหมาะกับงานที่ต่างออกไปแช่น ขาตั้งขนาดเล็กที่ไว้ตั้งบนโต๊ะเพื่อช่วยในการถ่ายจานอาหารหรือแบบพันได้รอบต้นไม้หรือเสาไฟที่เหมาะกับการออกภาคสนามที่บ้างครั้งหาที่ตั้งขาได้ยากหรือไม่สะดวกนั่นเอง
ส่วนคอหรือแกนกลาง
เราสามารถพบลักษณะของส่วนคอหรือแกนกลางในการยึดเพื่อเพิ่มความสูงให้กับขาตั้งกล้องโดยทั่วไปเป็น 2 แบบคือ
1. แบบเลื่อนได้อย่างราบลื่น
2. แบบการหมุนเกลี่ยว โดยมีขาหมุนมาให้และมีเฟื่องช่วยในการหมุน
แบบเลื่อนแกนกลางได้อย่างราบลื่นนั้นจะช่วยให้คุณสามารถปรับระดับความสูงได้อย่างง่ายมาก บางคนอาจใช้มือเดียวในการปรับได้และในหลายๆ ยี่ห้อนั้นเราสามารถถอดแกนกลางหรือแยกบางส่วนของแกนกลางออกเพื่อลดระดับความสูงของขาให้น้อยลง หรือสามารถกลับหัวของแกนกลางลงไปเป็นด้านล่างแทนเพื่อช่วยให้การภาพใกล้พื้นดินสามารถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นไปอีก เอาเป็นว่าผมสนับสนุนขาตั้งกล้องแบบที่แกนกลางเลื่อนได้มากกว่าแบบเฟื่องหมุนละกัน *_* /
ขาและการ Lock ขา
ลักษณะของการ Lock ขานั้นมี 2 แบบด้วยกันคือ
1. แบบแป๊กพับ Lock
2. แบบหมุน Lock
แบบหมุน Lock นั้นใช้การหมุนตัว Lock ตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกาเพื่อใช้ในการ Lock และคลาย Lock ซึ่งปัญหาที่ผบได้ทั่วไปคือเมื่อใช้ไปนานๆ จะมีเศษผงหรือทรายที่อาจะเข้าไปในเกลียวหมุนทำให้การ Lock ใช้งานไม่ได้ซึ่งในรุ่นใหม่ๆ ก็มีการพัฒนาให้มีตัวยางกันฝุ่นมาด้วยเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ได้นานขึ้น ส่วนแบบขาแป๊กพับ Lock นั้นผมว่าใช้งานได้ง่ายและรวมเร็วกับการกางใช้หรือการเก็บแถมอายุการใช้งานก็นาน บำรุงรักษาก็ง่ายกว่านะผมว่า…….. ดังนั้นลองไปดูของจริงลองใช้เปรียบเทียบข้อดีข้อด้อย และลักษณะการใช้งานจริงที่เราต้องการให้ดีก่อนแล้วค่อยซื้อนะครับ
ส่วนเรื่องขาว่ามีกี่ท่อนก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดีเพราะยิ่งมีจำนวนท่อนของขามากเท่าไรความมั่นคงของขาก็น้อยลงเท่านั้น แต่ทำให้ความสูงเมื่อเราพับจะน้อยลงถ้าจำนวนท่อนของขามีมาก อย่างเช่นขาที่สามารถยืดได้ 4 ท่อนจะมีความสูงหลังการพับเก็บแล้วน้อยกว่าขาที่ยืดได้ 3 ท่อนโดยที่ความสูงสุดท้ายอาจจะเท่ากันครับ แต่ความมั่นคงแข็งแรงของขาแบบ 3 ท่อนก็มากกว่าแบบขา 4 ท่อนนะครับ อย่างนี้เรียกว่าได้อย่างเสียอย่างไงครับ
ส่วนปลายสุดของขาตั้ง
ส่วนปลายสุดของขาตั้งมี 2 ลักษณะคือแบบ
1. Indoor
2. และ Outdoor
โดยแบบ Outdoor จะมีส่วนปลายขาแหลมคล้ายๆ หัวเข็มมีเอาไว้ปักหรือทิ่มลงไปในดินหรือพื้นทรายเพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงครับ ส่วนแบบ Indoor จะเป็นพื้นยางแบบเรียบแต่ก็มีบางยี่ห้อหรือบางรุ่นที่ทำเป็นขาแบบ Outdoor มาให้แล้วมี Option เสริมเป็นยางหุ้มปลายขาเพื่อให้สามารถใช้งานแบบ Indoor ได้ด้วยก็มีนะครับ
ส่วนหัวของขาตั้งกล้อง
สิ่งสำคัญคือดูให้ดีว่าหัวและขาตั้งของแต่ละรุ่นนั้นสามารถรับน้ำหนักสูงสุดได้เท่าไร (กล้อง + เลนส์ใช้ประจำที่ใหญ่ที่สุดที่เรามี + อุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่าง Flash หรือ Battery grip) ยิ่งรุ่นที่สามารถรับน้ำหนักได้มากๆ ก็จะมีราคาแพงขึ้นไปเรื่อยๆ และมีขนาดที่ใหญ่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกันครับ ลักษณะของหัวนั้นแบบออกเป็นดังนี้ครับ
1. แบบ Pan/Tilt
a. แบบ 1 แกน
b. แบบ 2 แทน
2. แบบหัว Ball
แบบ Pan/Tilt ชนิด 1 แกนนั้นเหมาะกับการถ่าย VDO ที่ต้องการหมุนแต่แนวราบเท่านั้น ส่วนแบบ 2 แกนก็เพิ่มแนวตั้งขึ้นมาอีกแนวหนึ่งเพื่อให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ทั้ง 2 แนว แต่ในขาบางอันอาจจะมี 1 แกนแต่คุณก็สามารถปรับให้เป็นแนวตั้งได้โดยการปรับหมุนที่ฐานกล้องได้โดยตรงครับ อันนี้ต้องสังเกตุหรือลองถามจากพนักงานขายดูล่ะกันครับ ส่วนแบบ Ball นั้นโดยดังเดิมไว้เน้นถ่ายนกหรือสัตว์ต่างๆครับเพราะต้องมีการหมุนกล้องตามสัตว์เหล่านั้น ต้องอาศัยความคล่องตัวและรวดเร็วในการหมุนได้แบบทุกทิศทาง ข้อดีคือคล่องตัวหมุนได้ทุกทิศทางแต่ถ้าคุณไม่ได้ Lock หัวแล้วปล่อยมือล่ะก็ตัวเลนส์อาจจะไปตีกับขาตั้งได้ทันทีครับ สภาพเหมือนคนคอตกอย่างงั้นเลย
ทดสอบความมั่นคงแข็งแรง
เอาล่ะในที่สุดเราก็มาถึงเรื่องสุดท้ายคือความมั่นคงแข็งแรง ถ้ามีโอกาสเอากล้องไปด้วยแล้วล่ะก็ + ร้านอนุญาติให้เราสามารถลองเอากล้องไปติดกับขาตั้งได้เพื่อทดสอบว่าการใช้งานจริงรุ่นไหน Ok บ้างก็ลองดูเลยครับ หลังจากติดกล้องเขากับขาตั้งแล้วก็ลองยืดขาตั้ง แล้วดูถึงความแข็งแรงการรองรับน้ำหนักความสูงพอเหมาะกับที่ต้องการหรือยังและมั่นคงพอใจตามที่เราต้องการแค่ไหน สำคัญที่สุดก็ความมั่นคงแข็งแรงเนี่ยละครับเพราะมันรองรับของรักมูลค่าเป็นหมื่นเป็นแสนของเราอยู่นะสิ
ยี่ห้อที่เราเห็นในตลาดทั่วไปผมแบ่งเป็นประเทศเจ้าของละกันครับ
Manfrotto เป็นของอิตาลี เจ้านี้ตั้งใจทำและพัฒนาเรื่องขาตั้งเป็นหลัก เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปของช่างกล้องทั่วโลกว่าเป็นขาตั้งที่ดีและทนทาน
Velbon และ Slik เป็นของญี่ปุ่นทั้ง 2 ยี่ห้อนี้มีมานานแล้วครับ ลองถามช่างกล้องเก่าๆ ส่วนใหญ่รู้จักเป็นอย่างดี งานที่ออกมาส่วนใหญ่เป็นขาอลูมิืเนียมแบบคอเฟื่อง งานละเอียดราคาไม่แพงครับ
Benro, Giottos, Fancier, Vertax, Falcon เป็นงานจากประเทศจีนครับโดย Benro และ Giottos เป็นขาตั้งระดับบนเรียกได้ว่างานดีสู้กับ Manfrotto ได้อยู่ในหลายๆ รุ่นครับ ส่วนอีก 3 ยี่ห้อนั้นส่วนใหญ่แน้นระดับกลางมากกว่าราคาอยู่ที่หลักร้อยไปถึงพันกว่าบาทครับ
สุดท้ายเป็น VDO อธิบายขาตั้งกล้องของ Manfrotto รุ่น Modo 785B ครับลองดูอธิบายได้มันส์มากๆ มี 2 ตอนพร้อม Subtitle เป็น Eng ^_^
.
.
.
.
.

Responses

  1. มีวิธีปฏิบัติด้วยครับชอบๆ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: